|
Q...อยากทราบว่าพั้นซ์มีกี่ชนิดอะไรบ้าง แล้วแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้เอาไว้สั่งซื้อให้ถูกต้องนะครับ..
Ans... เนื่องจากการแบ่งชนิดของพั้นซ์มาตรฐานนั้นมีด้วยกัน 4 แบบในการแบ่ง เนื่องจากงานปั๊มโลหะแผ่นจำนวนมากจะมีการเจาะรูขนาดเล็กๆ โดยเฉพาะขนาดที่สามารถอยู่ในวงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 45 มม. พั้นซ์หรือเข็มเจาะที่ใช้จึงได้มีการออกแบบขึ้นมาเป็นมาตรฐานต่างๆ เพื่อสะดวกในการเลือกใช้งานอย่างเหมาะสม โดยหลักๆ ที่แบ่งดังนี้ 1. แบ่งตามประเภทเกรดเหล็กที่ใช้ทำ 1.1 เหล็ก SKD-11 จะเป็นเกรดมาตรฐานสำหรับใช้งานทั่วไป 1.2 เหล็กไฮสปีด (SKH-51) จะนิยมใช้ในงานปั๊มที่มีจำนวนมากหรือปั๊มโลหะแผ่นที่ค่อนข้างแข็งเช่น เหล็กสแตนแลส 1.3 เหล็ก Power stell grade HAP40 จะใช้ในงานปั๊มที่ต้องการให้พั้นซ์มีอายุการใช้งานสูงสุด 2. แบ่งตามรูปทรงหลักของพั้นซ์และวิธียึดพั้นซ์ แบ่งหลักๆ ได้ดังนี้ 2.1 พั้นซ์มีบ่า โดยทั่วไปพั้นซ์มีบ่ามาตรฐานจะมีความหนาบ่า 5 มม. และจะเป็นที่นิยมใช้โดยทั่วไป พั้นซ์สำหรับงานหนักจะมีความหนาบ่า 8 มม. ค่า R ของมุมระหว่างลำตัวกับหัวพั้นซ์มากขึ้น และขนาดหัวโตขึ้นเพื่อช่วยให้พั้นซ์ แข็งแรง เหมาะสำหรับใช้เจาะรูบนแผ่นเหล็กหนา 2.2 พั้นซ์แบบมีเกลียว นิยมใช้น้อยกว่าพั้นซ์มีบ่า การยึดพั้นซ์แบบนี้จะใช้สกรูมายึดเกลียวที่โคนพั้นซ์ไม่ให้หลุดจากแผ่น punch holder 2.3 พั้นซ์แบบมีร่องลิ่ม เหมือนกับพั้นซ์แบบมีเกลียว ที่นิยมใช้น้อยในกรณีที่มีการใช้พั้นซ์มีบ่าไม่เหมาะสมและไม่สามารถใช้แบบพั้นซ์มีเกลียวได้ การยึดพั้นซ์จะทำโดยใช้ลิ่มล็อคที่ร่องที่ลำตัวพั้นซ์กับหน้าแผ่น punch holder 2.4 พั้นซ์แบบบอลล็อค จะใช้เม็ดลูกปืนล็อคพั้นซ์ที่มีร่องอยู่ นิยมใช้ในแม่พิมพ์ที่ต้องการเปลี่ยนพั้นซ์อย่างรวดเร็วพั้นซ์ประเภทนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดในบทความถัดไป 3. แบ่งตามขนาดลำตัวหลัก และความยาวของพั้นซ์ พั้นซ์มาตรฐานจะมีการกำหนดค่าเส้นผ่าศูนย์กลางของลำตัวกว้าง 3 มม. ถึง 45 มม. และความยาวตั้งแต่ 40 มม. ถึง 150 มม. โดยที่ขนาดของปลายพั้นซ์ที่ใช้งานจะต้องเล็กกว่าค่าเส้นผ่าศูนย์กลางของลำตัว รูปทรงของปลายพั้นซ์ที่ใช้เจาะรูที่นิยมใช้จะเป็นรูปหลักซึ่งถือเป็นมาตรฐานอยู่ 5 รูปคือ    
สำหรับรูปทรงอื่นถือว่าเป็นรูปร่างพิเศษ ปลายพั้นซ์ที่มีคมตัดเป็นรูปร่างต่างๆ ข้างต้น จะมีความยาวคมตัด (ค่า B ) อยู่ที่ 3 ขนาดให้เลือกคือ รุ่นสั่น(S), รุ่นยาว(L), และรุ่นพิเศษ(X) 4. นอกจากการแบ่งตามประเภทข้างต้น ยังมีการแบ่งอื่นๆ เพื่อให้สะดวกในการใช้งานดังนี้ 4.1 แบ่งตามค่า Tolerance ของเส้นผ่าศูนย์กลางลำตัวหลักของพั้นซ์ ซึ่งแบ่งเป็นค่า m5 สำหรับใช้งานทั่วไป และ ค่า +00.005 สำหรับงานละเอียด 4.2 ผิวของปลายคมตัดปกติเป็นผิวเจียรนัย สำหรับงานทั่วไป หรือเป็นผิวขัดมัน (Lapping) ที่เหมาะสำหรับในงานละเอียดและต้องการให้พั้นซ์มีอายุทนทานขึ้น พั้นซ์ที่มีลายเป็นผิวขัดมันจะมีค่าพิกัดน้อยลงด้วย 4.3 มี center hole ที่กลางลำตัวพั้นซ์ ช่วยให้การกำหนดตำแหน่งพั้นซ์บน upper plate ทำได้ง่าย รวดเร็ว และเป็นที่นิยมใช้ในการสร้างแม่พิมพ์ปั๊มตัวถังรถยนต์ โดยใช้คู่กับ Punch retainers 4.4 มีสปริงภายใน (Jector punches) พั้นซ์ที่มีสปริงภายในลำตัวพั้นซ์จะช่วยดันไม่ให้เศษโลหะที่เกิดจากการ ปั๊มหลุดลอยจาก Die มาบนหน้าแม่พิมพ์ได้ พั้นซ์ประเภทนี้นิยมใช้ในแม่พิมพ์ที่ปั๊มด้วยความเร็วสูง เพราะการที่เกิดเศษโลหะหลุดลอยจาก Die มาบนหน้าแม่พิมพ์ อาจทำให้แม่พิมพ์เกิดความเสียหายขณะใช้งานได้ นอกจากนั้นการใช้ Jector punch สามารถกำหนดให้ค่า clearance ระหว่าง Punch และ Die มีค่ามากกว่าสำหรับ Punch ปกติได้ถึง 2 เท่า ทำให้พั้นซ์มีอายุการใช้งานทนทานขึ้น 4.5 มีการเจียรปลายพั้นซ์เป็น 2 step เพื่อช่วยให้ปลายพั้นซ์แข็งแรงขึ้น จะนิยมใช้กับพั้นซ์ที่มีปลายเล็กและยาว 4.6 มีการเจียรข้างลำตัว เพื่อให้การยึดพั้นซ์ในบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดทำได้ง่าย |